การได้นมัสการพระบรมสารีริกธาตุ เป็นสุดยอดปรารถนาของชาวพุทธทุกคน จริงไหมครับ? เชื่อไหมครับว่ามีชาวพุทธไม่กี่คนเท่านั้นเองที่มีโอกาสก้มกราบและจ้องมอง พระบรมสารีริกธาตุในระยะใกล้ และได้มากราบซ้ำบ่อย ๆ ในสถานที่เดิม?
บุญเป็นอย่างไร ยากที่จะอธิบายให้เห็นเป็นรูปลักษณ์ แต่ที่พระมหาเจดีย์ชัยมงคลผมกล้าท้าพิสูจน์ครับ คนที่ไม่มีบุญยากที่จะขึ้นไปถึงชั้นสูงสุดของเจดีย์ที่พระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานอยู่ จากประสบการณ์ของผมที่ได้ไปหลาย ๆ ครั้งพบว่า คนหนุ่มสาวร่างกายแข็งแรงจะไปถึงแค่ชั้น ๓ หรือ ชั้น ๔ แล้วก็พากันกลับ สันนิษฐานว่าพวกวัยรุ่นถูกดึงดูดความสนใจด้วยทิวทัศน์รายรอบมังครับจึงมอง ไม่เห็นทางขึ้นชั้นต่อไป ผู้สูงวัยส่วนใหญ่เมื่อเงยหน้าแหงนมองบันไดเวียนสูงลิ่วไปชั้นที่ ๖ (๑๑๙ ขั้น) ก็เกิดอาการขาสั่นเข่าอ่อนเดินขึ้นบันไดไม่ไหวต้องนั่งรอลูกหลานอยู่ชั้น ๕ ก็เห็นบ่อยครับ ล่าสุด บุรุษแมน ๆ ถอดใจไม่ไปต่อเพราะมีเหตุให้ปวดท้องกระทันหัน ผมเลยทึกทักสันนิษฐานเอาเองว่า "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ย่อมคู่ควรกราบไหว้แต่ผู้มีศรัทธา" ใครบุญน้อย ยังไม่เคยไปถึงยอดเจดีย์ ก็แนะนำให้สะสมบุญบารมีเพิ่มและกลับไปเยือนใหม่เท่านั้นเอง ส่วนใครได้ไปถึงยอดเจดีย์แล้วก็อย่าได้ชะล่าใจ หยุดสร้างบุญสร้างกุศล มิหนำซ้ำไปทำบาปกรรมเพิ่ม หากกลับไปเยือนอีก..แล้วมีเหตุให้ขึ้นไม่ได้ อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ
ประวัติความเป็นมาของวัดเจดีย์ชัยมงคล
พระเทพวิสุทธิมงคล (หลวงปู่ศรี มหาวีโร) ขณะดำรงสมณศักดิ์พระอุดมสังวรวิสุทธิเถระ ท่านให้ความสำคัญแก่วัดผาน้ำทิพย์นี้ไม่น้อยไปกว่าวัดป่ากุง สำนักใหญ่ที่อำเภอศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด จึงได้จัดให้มีการสร้างพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ขึ้นไว้เป็นปูชนียสถานถาวร พร้อมกันนั้นท่านก็ได้เมตตา มอบหมายให้พระภิกษุผู้เป็นศิษย์ที่หลวงปู่ไว้ใจที่สุดมาดูแลแทนท่าน ในระหว่างที่มีการก่อสร้างองค์พระมหาเจดีย์นี้หลวงปู่ศรีี มหาวีโร ได้มอบความรับผิดชอบไว้กับพระอาจารย์ทองอินทร์ กตปุญฺโญ พระคุณเจ้า ผู้ทรงคุณธรรม เมตตาธรรม และปัญญาบารมีสูงท่านหนึ่ง ให้มารักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสแทนหลวงปู่ ซึ่งขณะเดียวกัน ก็ได้รับตำแหน่งอำนวยการ จัดการ ตลอดจนการควบคุมงานก่อสร้างต่างๆ ภายในวัด เช่น งานก่อสร้าง พระมหาเจดีย์ สร้างวิหารคต สร้างกำแพงล้อมรอบ พระมหาเจดีย์ ให้เป็นไปตามรูปแบบ ความถูกต้อง สวยงาม และให้เสร็จตามกำหนด โดยท่านได้ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด
ในระยะต่อมา องค์หลวงปู่ย่างเข้าสู่วัยชรามากขึ้น พระอาจารย์อินทร์ กตปุญฺโญ ได้รับเมตตาจากองค์์หลวงปู่ให้ปฏิบัติหน้าที่แทนท่าน เช่น กิจนิมนต์ การดูแลคณะสงฆ์วัดสาขาต่าง ๆ และการอำนวยการสร้างกำแพงล้อมรอบพระมหาเจดีย์ชัยมงคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ สนองบุญคุณขององค์หลวงปู่ มิให้ขาดตกบกพร่อง และเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ของท่านพระอาจารย์ทองอินทร์ กตปุญโญ ได้มอบหมายให้อาจารย์มณี ธมฺมรังษีพระภิกษุลูกศิษย์ขอวท่านมีความรู้ความสามารถ ท่านหนึ่งที่ท่านไว้ใจ รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามแทนท่านจนถึง ปัจจุบัน
ในระยะต่อมา องค์หลวงปู่ย่างเข้าสู่วัยชรามากขึ้น พระอาจารย์อินทร์ กตปุญฺโญ ได้รับเมตตาจากองค์์หลวงปู่ให้ปฏิบัติหน้าที่แทนท่าน เช่น กิจนิมนต์ การดูแลคณะสงฆ์วัดสาขาต่าง ๆ และการอำนวยการสร้างกำแพงล้อมรอบพระมหาเจดีย์ชัยมงคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ สนองบุญคุณขององค์หลวงปู่ มิให้ขาดตกบกพร่อง และเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ของท่านพระอาจารย์ทองอินทร์ กตปุญโญ ได้มอบหมายให้อาจารย์มณี ธมฺมรังษีพระภิกษุลูกศิษย์ขอวท่านมีความรู้ความสามารถ ท่านหนึ่งที่ท่านไว้ใจ รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามแทนท่านจนถึง ปัจจุบัน
ปฐมเหตุการสร้างพระมหาเจดีย์ชัยมงคล
เมื่อวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู ตรงกับวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๘ อันเป็นวันรวมกฐินสามัคคีของวัดประชาคมวนาราม อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ในวันนั้นพระคุณเจ้าพระราชสังวรอุดม (หลวงปู่ศรี มหาวีโรเมื่อดำรงสมณศักดิ์ที่พระอุดมสังวรวิสุทธิเถระ)ได้ปรารภกับที่ประชุม สงฆ์ศิษยานุศิษย์ว่า "ได้รับพระบรมสารีริกธาตุเป็น กรณีพิเศษ และได้พิจารณาเห็นว่า ครูบาอาจารย์สายอีสาน ผู้มีความรู้ระดับสูงระดับ นักปราชญ์ และปฏิบัติชอบระดับสัมมาปฏิบัติท่านได้ ทำคุณประโยชน์ ให้แก่ประเทศชาติ และพระศาสนาเป็นจำนวนมาก สมควรก่อสร้างถาวรวัตถุสำหรับ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และประดิษฐานไว้้เป็นการพิเศษในสถานที่เป็นศูนย์กลางเพื่อความสะดวกแก่ผู้ ใคร่มาศึกษาและสักการะบูชาสืบไป"
ที่ประชุมมีมติเห็นสมควรก่อสร้างพระมหาเจดีย์ที่วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์ วนาราม(ผาน้ำย้อย) และได้นำมติดังกล่าวไปหารือที่ประชุมสังฆาธิการภาค ๘ ,๘, ๑๐, ๑๑, (ธรรมยุติ)ซึ่งได้ให้้ความเห็นชอบด้วย
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ได้ทำการวางศิลาฤกษ์ โดยมี พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบก และรักษาการผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ตำแหน่งในขณะนั้น) เป็นประธานกรรมการก่อสร้าง และเป็นประธานยกเสาเอก หลังจากนั้นได้ดำเนินการก่อสร้างเรื่อยมา โดยอาศัยแรงศรัทธาจากชาวพุทธทั่วสารทิศ รวมพลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จึงได้เป็น พระมหาเจดีย์ชัยมงคลขึ้นมา ให้เราได้กราบไหว้บูชา
ในปี พ.ศ.๒๕๔๐ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานที่องค์์พระมหาเจดีย์ ๓ วาระ โดยในวาระที่ ๓ เป็นกรณีพิเศษ คือ ทางรัฐบาลประเทศศรีลังกาโดยสมเด็จพระสังฆราชศรีลังกา ได้เสด็จอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานที่องค์พระมหาเจดีย์์ด้วยพระองค์เอง
ในปี พ.ศ.๒๕๔๐ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานที่องค์์พระมหาเจดีย์ ๓ วาระ โดยในวาระที่ ๓ เป็นกรณีพิเศษ คือ ทางรัฐบาลประเทศศรีลังกาโดยสมเด็จพระสังฆราชศรีลังกา ได้เสด็จอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานที่องค์พระมหาเจดีย์์ด้วยพระองค์เอง
ข้อมูลเพิ่มเติมจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นพระเจดีย์ใหญ่องค์หนึ่งของประเทศไทย ออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นสีขาวตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง ๘ ทิศ มีความกว้าง ๑๐๑ เมตร ความยาว ๑๐๑ เมตร ความสูง ๑๐๑ เมตร สร้างในเนื้อที่ ๑๐๑ ไร่ เป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และได้ตกแต่งลวดลายงามวิจิตรของศิลปะยุคใหม่และยุคเก่าผสมเป็นศิลปะร่วมสมัย ที่หาดูได้ยาก พระมหาเจดีย์ชัยมงคลนี้ตั้งอยู่ในบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม
ภายในพระมหาเจดีย์มีทั้งหมด ๖ ชั้น คือ
ชั้นที่ ๑ เป็นห้องโถงกว้างใหญ่โออ่า ใช้เป็นห้องเอนกประสงค์ และประชุมบำเพ็ญบุญ
ชั้นที่ ๒ เป็นศาลาประชุมสงฆ์ ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ
ชั้นที่ ๓ เป็นชั้นอุโบสถ และประดิษฐานรูปพระคณาจารย์ปราชญ์อีสานในอดีต เป็นรูป เหมือนสลักหินอ่อน และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน ๑๐๑ องค์
ชั้นที่ ๔ เป็นชั้นพิพิธภัณฑ์
ชั้นที่ ๕ บันไดเวียน ๑๑๙ ชั้น เป็นห้องโถงรูประฆัง ๘ เหลี่ยมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุมิ่งมหามงคล
การเดินทางไปวัดเจดีย์ชัยมงคล
รถยนต์ ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ ทางหลวงหมายเลข ๑ (พหลโยธิน) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๒ (มิตรภาพ) ที่จังหวัดสระบุรี ไปจนถึงจังหวัดนครราชสีมา ผ่านอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดมหาสารคาม ถึงอำเภอเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางประมาณ ๕๑๒ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๗ ชั่วโมง จากนั้นไปตามเส้นทางสายร้อยเอ็ด-อำเภอโพนทอง-อำเภอหนองพอก (วัดเจดีย์ชัยมงคล อยู่ห่างจาก อ.หนองพอก ๑๓ กม. ถนนสายหนองพอก-เลิงนกทา) ตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๔ และ ๒๑๓๖ ระยะทาง ๘๐ กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ ๕๙๒ กิโลเมตร รวมใช้เวลาเดินทางประมาณ ๘-๙ ชั่วโมง
ทางอบต.บ้านโคกกลาง ได้จัดสถานที่จอดรถเป็นบริเวณกว้างขวางไว้ด้านนอกกำแพงวัดพร้อมมีร้านค้า ร้านอาหารไว้บริการ และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทางวัดได้ติดป้ายประกาศขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวได้ทราบและปฏิบัติตาม กฎระเบียบของสถานที่ ก่อนที่จะเดินเท้าเข้าประตูวัด ดังนี้
ข้อปฏิบัติในการขึ้นไปนมัสการองค์พระมหาเจดีย์
1. ถอดหมวก ถอดรองเท้า
2. อย่าส่งเสียงดัง ห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นบนเจดีย์
3. กรุณาอย่าจับต้องลวดลายต่าง ๆ
4. ไม่นำอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ขึ้นไปรับประทานบนพระมหาเจดีย์
5. กรุณาทิ้งขยะในที่เตรียมไว้ให้
6. ห้ามจูดธูป-เทียนในองค์พระมหาเจดีย์
7. กรุณาแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย
8. ห้ามสูบบุหรี่ และเสพของมึนเมา
2. อย่าส่งเสียงดัง ห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นบนเจดีย์
3. กรุณาอย่าจับต้องลวดลายต่าง ๆ
4. ไม่นำอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ขึ้นไปรับประทานบนพระมหาเจดีย์
5. กรุณาทิ้งขยะในที่เตรียมไว้ให้
6. ห้ามจูดธูป-เทียนในองค์พระมหาเจดีย์
7. กรุณาแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย
8. ห้ามสูบบุหรี่ และเสพของมึนเมา
ท่านใดเห็นว่าไม่สามารถปฏิบัติตามได้ก็ขอให้รออยู่นอก กำแพงวัดจะดีกว่า ภายในวัดมีตู้ทำน้ำดื่มบริการฟรีครับ ไม่ต้องห่วงว่าถ้ากระหายน้ำจะทำอย่างไร ระยะทางจากลานจอดรถเข้าไปยังพระมหาเจดีย์ชัยมงคลประมาณ ๘๐๐ เมตร สามารถเลือกเดินเลาะใต้ร่มไม้ชายป่า หรือเดินบนถนนลาดยาง หรือเดินบน/ใต้กำแพงแห่งศรัทธา กำแพงเอนกประสงค์ล้อมรอบพระมหาเจดีย์ฯ ยาว ๓,๕๐๐ เมตร สูง ๕ เมตร หนา ๔ เมตร ภายในกำแพงมีที่พักรอบพระมหาเจดีย์ กำแพงด้านขวาของประตูเข้าวัดมีห้องน้ำ-ห้องสุขา ๑,๐๐๐ ห้อง
ปัจจุบันพระมหาเจดีย์ชัยมงคลยังมีการก่อ สร้างอยู่ครับ งานที่ยังไม่แล้วเสร็จส่วนใหญ่จะเป็นลวดลายประดับที่ใช้ตกแต่งภายในและภาย นอกอาคาร ภูมิสถาปัตย์การปลูกต้นไม้ดอกไม้ประดับสำเร็จแล้ว ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และยังมีบางส่วนที่เสร็จสมบูรณ์แต่ได้ชำรุดเนื่องจากกาลเวลา เช่น สีทองที่ทาภายนอกองค์พระเจดีย์หลุดลอก กระจกสีลายประดับซีดจาง และส่วนที่ชำรุดจากมือมนุษย์ เช่น ลายประดับหักหลุด ขั้นบันไดบิ่นแตก เป็นต้น ผมได้แต่หวังว่าจะมีผู้ใจบุญช่วยกันบริจาคทรัพย์ เพื่อช่วยสร้างวัด สร้างเจดีย์ และบูรณะให้เสร็จสมบูรณ์ และหวังว่าผู้ไปเยี่ยมชมจะมีจิตสำนึกช่วยกันดูแลรักษาและไม่ทำลายถาวรวัตถุ ต่าง ๆ พุทธสถานแห่งนี้จะได้งดงามและมีคุณค่าทางจิตใจตลอดไป
ขออนุโมทนาบุญ สำหรับผู้เข้ามาหาข้อมูลเกี่ยวกับวัดเจดีย์ชัยมงคล และขอให้ท่านได้เดินทางไปเยี่ยมชมวัดเจดีย์ชัยมงคลในโอกาสอันใกล้นี้เทอญ
ที่มา: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น